กราฟแท่งเทียน ” Candlestick “

Posted on Mar 5 2019 - 7:27am by admin
|

กราฟแท่งเทียน

กราฟแท่งเทียนเป็นประเภทของกราฟที่ได้รับความนิยมและถูกใช้มากที่สุดประเภทหนึ่ง  วัตถุประสงค์ในการอ่านกราฟแท่งเทียน คือ การอ่าน “อารมณ์” ของผู้ที่เข้ามาซื้อขายในตลาด ดังนั้นเวลาที่อ่านกราฟแท่งเทียนเราควรตอบคำถามเบื้องต้นไห้ได้ว่า ระหว่างฝั่งซื้อกับฝั่งขายฝั่งไหนมีแรงมากกว่า เมื่อเราอ่านอารมณ์ของตลาดออกแล้ว เราก็จะสามารถใช้กราฟเป็น 1ในเครื่องมือในการเลือกตัดสินใจได้ว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ได้โอกาสในการได้กำไรจากการเทรด เราก็จะสามารถตัดสินใจลงมืออย่างไร เพื่อให้ได้โอกาสในการได้กำไรจากการเทรดมากกว่าโอกาสขาดทุน

ประวัติของกราฟแท่งเทียน Candlestick

เป็นที่รู้กันดีว่ากราฟแท่งเทียนหรือ Candlestick Chart นั้นมีประวัติของมันมาอย่างยาวนาน มันถูกคิดค้นขึ้นโดยนักเก็งกำไรข้าวชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Honma Munehisa หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า Sokyu Honma ในช่วงราวๆศตวรรษที่ 17 โดยภายหลังจากที่เขาได้ทำการคิดค้นการวิเคราะห์พฤติกรรมของราคาข้าวด้วยกราฟแท่งเทียนขึ้นมานั้นมันก็ได้ช่วยให้เขากลายเป็นอภิมหาเศรษฐีในยุคของเขาในเวลาไม่นานนัก ประมาณการกันว่าทรัพย์สมบัติของเขานั้นหากนำมาตีเป็นมูลค่าของเงินในปัจจุบันนั้นเทียบได้ถึงราวๆ 100 Billion US Dollar เลยทีเดียว

แนวคิดของท่าน Honma ประกอบไปด้วยหลักคิดอยู่ 3 ประการ ดังนี้

  1. ราคาของข้าวมีความสำคัญมากกว่าข่าวสาร หรือผลประกอบการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานอย่างสิ้นเชิง
  2. ผู้ที่ทำการซื้อขายข้าว ตัดสินใจกันด้วยอารมณ์ล้วนๆ ซึ่งมีทั้ง ความดีใจ เสียใจ กลัว และความคาดหวัง โดยปราศจากซึ่งการตัดสินใจด้วยเหตุผล
  3. ราคาที่ซื้อขายกันในตลาด ไม่ใช่ราคาที่เหมาะสม แต่เป็นเพียงราคาที่ผู้ซื้อขายมีความพึงพอใจร่วมกันเท่านั้น

จากหลักคิดของท่าน Honma ทั้ง 3 ประการ จะเห็นได้ว่าเป็นไปตามแนวทางของการวิเคราะห์ทางเทคนิคทุกประการ คือ ให้ความสำคัญกับราคาซื้อขาย ณ ขณะนั้นมากกว่า ข้อมูลข่าวสารหรือการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน จึงอาจกล่าวได้ว่า ท่าน Honma คือ บิดาของการวิเคราะห์ตามแนวทางเทคนิคของฝั่งเอเชียเลยก็ว่าได้

Candlestick หรือ กราฟแท่งเทียน

Candlestick หรือ กราฟแท่งเทียน คือ กราฟชนิดหนึ่งที่ใช้เพื่อดูความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ กราฟแท่งเทียนเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical analysis) เพราะมันสามารถบอกรายละเอียดของข้อมูลราคาได้มากกว่ากราฟแบบ Line chart

กราฟแท่งเทียน Candlestick

หนึ่งแท่งเทียนประกอบไปด้วยข้อมูล 4 อย่างคือ ราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด และ ราคาต่ำสุดในช่วงเวลาที่กำหนด (แท่งเทียนในรูปด้านบนมีระยะเวลาเท่ากับ 1 วัน) เราเรียกช่วงลำตัวของแท่งเทียน (ส่วนสีเขียวและสีแดง) ว่า “Real body” มันคือส่วนต่างของราคาเปิดและราคาปิด แท่งเทียนเป็นสีเขียวแสดงให้เห็นว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด (Bullish Candle) และในทางกลับกัน แท่งเทียนที่เป็นสีแดงแสดงให้เห็นว่าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (Bearish Candle) ในบางประเทศอาจใช้แท่งเทียนสีขาวดำแทนสีเขียวแดงเลย หรือหรืออาจใช้สีฟ้าแทนสีเขียวก็ได้

การวิเคราะห์แบบกราฟแท่งเทียน Candlesticks

1. รูปร่างของแท่งเทียน 1 แท่ง สามารถสรุปได้คร่าวๆว่าฝั่งซื้อหรือฝั่งขายเป็นฝ่ายชนะ โดยการเปรียบเทียบราคาเปิดและปิด

แต่กราฟแท่งเทียน เพียงแค่ 1 แท่งอาจได้ข้อมูลไปเพียงพอ เราจะใช้ข้อมูลประมาณ 3 แท่ง

  • ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนนั้นๆ อยุ่ในช่วง ⅓ ของด้านบน แปลว่าแรงซื้อมีความกระตือรือร้นออกแรงมากกว่าหรือมีจำนวนมากกว่า เราจะสรุปว่าในแท่งเทียนรูปนั้นแรงซื้อเป็นฝ่ายชนะ
  • ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนนั้นๆ อยู่ในช่วง ⅓ ของตรงกลาง เราจะสรุปว่าในแท่งเทียนรูปนั้นแรงซื้อแรงขายพอๆกัน
  • ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนนั้นๆ อยู่ในช่วง ⅓ ของด้านล่าง แปลว่าแรงขายมีความกระตือรือร้นออกแรงมากกว่า หรือมีจำนวนมากกว่า เราจะสรุปว่าในแท่งเทียนรูปนั้นแรงขายเป็นฝ่ายชนะ

กราฟแท่งเทียน-Candlesticks-buy-sell

แท่งเทียนแต่ละแท่งมีความยาวมากหรือน้อย

  • แท่งเทียนที่มีความยาวมาก คือ แท่งเทียนที่ราคาสูงสุดกับราคาต่ำสุดห่างกันมาก แปลความหมายได้ว่าแท่งเทียนแท่งนั้นๆ แสดงให้เห็นว่าความรีบร้อนกระตือรือร้นในการซื้อขายของฝั่งใดฝั่งหนึ่งหรืออาจจะเป็นทั้งสองฝั่ง จึงซื้อขายไม่เกี่ยงราคา หรือมีการไล่ราคาซื้อขายกันอย่างผันผวน
  •  แท่งเทียนมีลักษณะสั้นๆ เล็กๆ คือ แท่งเทียนที่จุดสูงสุดกับจุดต่ำสุดห่างกันไม่มาก แปลความหมายได้ว่าแท่งเทียนแท่งนั้นๆ ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกไปในทิศทางไหน จึงลงมือซื้อขายกันอยู่ในกรอบแคบ ๆ  ไม่อยากซื้อขายในลักษณะไล่ราคา ราคาจึงไม่ผันผวน

กราฟแท่งเทียน Candlestick หุ้นขึ้น-ลง

2.  ใช้ปริมาณการซื้อขายเป็นตัวช่วยในการพิจารณาแท่งเทียน (Volume + Candle sticks )เนื่องจากปริมาณซื้อขายที่มากแสดงถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้อขาย ถ้าปริมาณการซื้อขายน้อยให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอารมณ์หรือทิศทางของราคานั้นๆ อาจจะอยู่ได้ไม่นานเพราะมีคนเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้อขายน้อย

  • แท่งเทียนที่มีขนาดยาวและปริมาณการซื้อขายมาก แสดงว่ามีคนสนใจหรือเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้อขายเป็นจำนวนมากภายในแท่งเทียนนั้น จึงช่วยเสริมความมั่นใจในการสรุปผลระหว่างแรงซื้อกับแรงขายของแท่งนั้น ๆ
  • แท่งเทียนที่มีขนาดยาวแต่มีปริมาณการซื้อขายน้อย แสดงว่ามีคนสนใจเข้ามามีส่วนร่วมน้อย ให้ระมัดระวัง
  • แท่งเทียนที่มีขนาดสั้นแต่ปริมาณการซื้อขายมาก การที่มีคนเข้ามามีส่วนร่วมมากๆ ในราคาช่วงแคบ ๆ แสดงให้เห็นว่ากำลังมีแรงซื้อเป็นจำนวนมาก และมีแรงขายทิ้งออกมาเป็นจำนวนมาก ด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้มีซื้อขายเปลี่ยนมือเยอะ ดังนั้นจึงเป็นแท่งเทียนที่มีความน่าสนใจ ว่าในอนาคตถ้าฝั่งซื้อหรือฝั่งขายเริ่มหมดแรงและยอมตัดสินใจเลือกให้ราคาเคลื่อนที่ไปข้างใดข้างหนึ่ง ราคาก็อาจจะมีการเคลื่อนที่ขึ้นแรง หรือลงอย่างรวดเร็ว
  • แท่งเทียนที่มีขนาดสั้นและมีปริมาณการซื้อขายน้อย แปลว่าไม่มีคนสนใจ หรือ มีคนสนใจน้อยและซื้อขายกันในช่วงแคบๆ ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากนัก

 

กราฟแท่งเทียน Candlesticks vs Volume

3.  การเปรียบเทียบระหว่างแท่งเทียน โดยเปรียบเทียบแท่งเทียนในปัจจุบันเดี่ยวๆ หรือเปรียบเทียบกับแท่งเทียนก่อนหน้า ว่าอารมณ์ของตลาดมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

กราฟแท่งเทียน Candlestick pattern

4. ใช้ confirm แนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงของสินค้า โดยพิจารณาจากราคาต่ำสุดในแต่ละแท่งเทียนยกตัวขึ้นในช่วงขาขึ้นหรือไม่ หรือราคาราคาสูงสุดในแต่ละแท่งเทียนลดต่ำลงในช่วงขาลงหรือไม่

ในช่วงตลาดขาลง รูปแท่งเทียนจะแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการขายจำนวนมาก รูปแท่งเทียนส่วนใหญ่จะเป็นแท่งทึบ(สีแดง)ยาว ซึ่งเป็นรูปแท่งเทียนที่ให้ข้อมูลว่ามีแรงขายมาก หรือราคาปิดอยู่ใน ⅓ ช่วงล่างของแท่ง เพื่อยืนยันว่าแรงขายเป็นฝ่ายชนะในแท่งเทียนนั้น ๆ ในกรณีที่เป็นแท่งโปร่งก็มักจะเป็นแท่งเล็ก ๆ ที่มีความยาวไม่มาก

กราฟแท่งเทียน Candlesticks UpTrend

ในช่วงตลาดหุ้นขาขึ้น รูปแท่งเทียนจะแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการซื้อเป็นจำนวนมาก รูปแท่งเทียนส่วนใหญ่ควรจะเป็นแท่งโปร่ง(สีเขียว)ยาว ซึ่งเป็นรูปแท่งเทียนที่ให้ข้อมูลว่ามีแรงซื้อมาก หรือราคาปิดอยู่ใน ⅓ ช่วงบนของแท่ง เพื่อยืนยันว่าแรงซื้อเป็นฝ่ายชนะในแท่งเทียนนั้น ๆ ในกรณีที่เป็นแท่งทึบก็มักจะเป็นแท่งเล็ก ๆ ที่มีความยาวไม่มาก

ไส้เทียนที่แสดงถึงอารมณ์ตรงข้ามกับทิศทางของแนวโน้มราคาในปัจจุบัน  ซึ่งในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งก็ไม่ควรเห็นแท่งเทียนที่มีไส้เทียนยาว ๆ ทางด้านบน เพราะเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าฝั่งขายเริ่มมีการออกแรงขัดขืนให้เห็นจึงทำให้ในขณะที่ทิศทางแนวโน้มยังเป็นขาขึ้น ส่วนในแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่งก็ไม่ควรเห็นแท่งเทียนที่มีไส้เทียนยาว ๆ ทางด้านล่างด้วยเช่นเดียวกัน

Leave A Response

You must be logged in to post a comment.