รัฐวิสาหกิจ-เอกชนจีนเบี้ยวหนี้กว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

1079

เบี้ยวหนี้พุ่ง รัฐวิสาหกิจ-เอกชนจีนเบี้ยวไถ่ถอนหุ้นกู้กว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ จนบรรดาธนาคารและผู้จัดการกองทุนพากันทิ้งพันธบัตรเสี่ยงของบริษัทเหล่านี้ ทำตลาดพันธบัตรจีนสั่นสะเทือน

รัฐวิสาหกิจ-เอกชนจีนเบี้ยวหนี้
A pile of RMB banknotes Chinese yuan money

ปีที่แล้ว 2019 เอกชนจากประเทศจีน ได้ผิดนัดชำระหนี้ในตลาดซื้อขายตราสารหนี้ไปแล้วกว่า 130,000 ล้านหยวน หรือเกือบ 2000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำลายสถิติของปี 2018 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 122,000 ล้านหยวน สร้างความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของบริษัทเอกชนจีน เนื่องจากกังวลว่าจะพบโอกาสเสี่ยงที่จะเบี้ยวหนี้

ปีนี้ 2020 บริษัท ยงเช็ง โคล แอนด์ อิเลคทริซิตี้ YONGCHENG COAL & ELECTRICITY HOLDING GROUP-บริษัทนี้ลงทุนในธุรกิจถ่านหิน กระแสไฟฟ้า ทางรถไฟ สารเคมี และเหมืองแร่ บริษัทออกแถลงการณ์ว่าไม่สามารถชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยของตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้น (commercial paper) มูลค่า 1,000 ล้านหยวน หลังจากประกาศระดมทุนผ่านตราสารหนี้มูลค่า 1,000 ล้านหยวนก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์

บริษัท ซิงหัว ยูนิกรุ๊ป ซึ่งทำธุรกิจผลิตไมโครชิพชื่อดังของจีนแผ่นดินใหญ่ ประกาศยอมรับว่า บริษัทไม่สามารถหาเงินมาไถ่ถอนหุ้นกู้โดยเฉพาะเงินต้นมูลค่า 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ทันภายในวันนี้ ผลพวงจากการที่บริษัทดังกล่าวไม่สามารถไถ่ถอนหุ้นกู้ให้กับนักลงทุนในวันนี้ได้ ทำให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือและไม่ไว้วางใจในสถานะบริษัทดังกล่าว เนื่องจากเป็นการเบี้ยวจ่ายหนี้ครั้งแรกของหุ้นกู้ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท ซิงหัว ยูนิกรุ๊ป ไม่สามารถไถ่ถอนหุ้นกู้ของบริษัทในรูปสกุลเงินหยวน ซึ่งมีมูลค่า 1,300 ล้านหยวน หุ้นกู้รายการดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ที่เสนอขายให้นักลงทุนในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบตลาดตราสารหนี้ในจีนแผ่นดินใหญ่สูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สถานทางการเงินของบริษัท ซิงหัว ยูนิกรุ๊ป มีความเปราะบางและง่อนแง่นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3 ปีผ่านมา เนื่องจากบริษัทดังกล่าวกู้เงินเป็นจำนวนมาก เพื่อไปซื้อควบรวมกิจการอื่นๆ และไปลงทุนอื่นๆ

ด้านผลประกอบของบริษัทบริษัท ซิงหัว ยูนิกรุ๊ป พบว่าใน 6 เดือนแรกของปีนี้ ขาดทุนพุ่งสูงขึ้นจาก 3,200 เป็น 3,380 ล้านหยวน ฟิทช์ เรตติ้ง ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือในการลงทุนชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่สามารถไถ่ถอนหนี้ หรือเบี้ยวไถ่ถอนหนี้ในช่วงมกราคมถึงตุลาคม 2563 เป็นมูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านหยวน ซึ่งมูลค่าดังกล่าวเท่ากับมูลค่าหุ้นกู้ที่ไม่สามารถไถ่ถอนรวมกันใน 2 ปีที่ผ่านมา ปัญหาตราสารหนี้ที่รัฐวิสาหกิจ และเอกชนจีนไม่สามารถไถ่ถอนได้ตามกำหนดเวลานั้น ซึ่งบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ China Chengxin International Credit Rating (CCXI) ลดอันดับความน่าเชื่อถือของ ซิงหัว ยูนิกรุ๊ป TSINGHUA UNIGROUP จาก AAA คือมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุด มาอยู่ที่ AA และยังอยู่ในรายชื่อบริษัทที่ต้องจับตาเนื่องจากเสี่ยงที่จะถูกลดอันดับลงอีก

เริ่มมีมากขึ้นในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มจากกลุ่ม HUACHEN AUTOMOTIVE GROUP-รัฐวิสาหกิจหลักที่ทางการมณฑลเหลียวหนิงเป็นเจ้าของ และเป็นบริษัทแม่ของ Brilliance Automotive Holdings กิจการร่วมค้าระหว่างจีนกับ BMW จากเยอรมนี ผิดนัดชำระหนี้ตราสารหนี้มูลค่า 1,000 ล้านหยวนเมื่อเดือนที่แล้ว โดยอ้างว่ามีปัญหาทางการเงิน และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา HUACHEN แจ้งว่าบรรดาเจ้าหนี้ของบริษัทได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ปรับปรุงโครงสร้างบริษัท โดยปัจจุบันบริษัทมีพนักงานทั้งหมด 47,000 คน และมีทรัพย์สินมากกว่า 190,000 ล้านหยวน

ทั้งนี้ โนมูระ ซิเคียวริตี้ ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ชื่อดังระดับโลกในญี่ปุ่น คาดการณ์ว่า ภายในกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านไป บริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่ไม่สามารถไถ่ถอนหุ้นกู้ในตลาดตราหนี้ในประเทศจีน เป็นมูลค่ารวม 178,000 ล้านหยวน ในมูลค่าดังกล่าว พบว่า 43% มาจากรัฐวิสาหกิจจีนแผ่นดินใหญ่ และมีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 30% ในแต่ละปี

ที่มา facebook.com/btimesch3