Home / คุยสัพเพเหระ / เทคโนโลยี Deepfake

เทคโนโลยี Deepfake

Deepfake ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง 2 คำ คือ “Deep Learning” ได้แก่ Deep learning และ Fake ที่แปลว่าปลอม โดย Deep learning เป็นกิจกรรมชนิดหนึ่งของ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำหน้าที่และ Machine Learning เรียนรู้ข้อมูลบางอย่าง และ สามารถตัดสินใจกระทำการบางอย่างโดยอิงจากฐานข้อมูลที่เรียนรู้มา

Deep learning โดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ visual effect ในการประมวลผลภาพ การเรียนรู้อัตรลักษณ์ อาทิ ใบหน้าบุคคล รวมไปถึงรูปแบบการเคลื่อนไหว การพูดจา และน้ำเสียง เก็บบันทึกข้อมูลใบหน้า ประมวลผล จากนั้นสามารถนำเสนอใบหน้าของบุคคลนั้นในรูปแบบต่าง ๆ อย่างอิสระราวกับบุคคลนั้นกำลังปรากฏตัวและพูดอยู่หน้ากล้องจริง ๆ เรียกว่า DeepFake

แม้ว่าจะมีการวิจัยมหาวิทยาลัยและมีการนำ เอฟเฟค สตูดิโอใหญ่ แต่จุดเริ่มต้น DeepFake มาจากผู้ใช้ใน Reddit (เหมือนพันธุ์ทิพย์ของต่างประเทศ)ได้มีการโพสต์คลิปโป๊โดยสลับหน้าของคนดังขึ้นมาแทนเช่น Gal Gadot, Taylor Swift, Scarlett Johansson และคนดังอีกหลายคน

ตัวอย่าง Deepfake AI : วิดีโอซ้ายมือคือไฟล์ที่มีการถ่ายมาจริง (ของ Amy Adams) ส่วนวิดีโอขวามือนั้นนำภาพ Nicolas Cage มาซ้อนลงไป

เทคโนโลยี DeepFake ใน Hollywood

เทคโนโลยี DeepFake ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในเรื่อง Forrest Gump ได้มีการควบคุมการเคลื่อนไหวของปากของประธานธิบดีแคนนาดี้ และ หลังจากการตายของ Paul Walker ในเรื่อง Fast & Furious 7 ก็มีการใช้ เทคโนโลยี DeepFake ในการใช้ตัวแทนเป็น Paul Walker

เพลง Imagine – John Lennon โดยใช้ เทคโนโลยี DeepFake

ภัยจาก Deepfake AI

ในปี 2019 มีการใช้ Deepfake ในการสร้างวีดีโอลามกที่เลียนแบบดาราและคนดังกว่า 15,000 วีดีโอ หน่วยงานต่างๆ เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการนำเทคโนโลยี Deepfake AI ไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อผู้หญิงอย่างมาก

Deepfake ไม่เพียงเลียนแบบแค่ ภาพหรือวีดีโอ แต่ยังเลียนแบบเสียง เนื้อเสียง ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงอย่างมากต่อการโจรกรรมแบบ Call center โดยการปลอมแปลงเป็นญาติหลอกเงินผู้เสียหาย

แอพเปลี่ยนหน้า Deepfake App

แอป Zao แอพฟรีที่ใช้เทคโนโลยี Deepfake ตัดต่อเอาหน้าเรา ไปใส่ในคลิปวิดีโอจากภาพยนตร์หรือซีรีส์ได้ โดยใช้เพียงแค่รูปถ่ายหน้าของเราเพียงรูปเดียว กำลังเป็นที่นิยมในจีนอย่างมาก อย่างไรก็ตามสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ปัญหาเกิดขึ้นตรงที่ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอพพ์ Zao ระบุไว้ว่าผู้ใช้แอพพ์นี้ต้องยินยอมให้ Zao มีสิทธิใช้รูปของพวกเขาเพื่อประโยชน์ในด้านการตลาด ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้จำนวนมาก ทำให้ บริษัทเจ้าของแอพพ์ Zao ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายความเป็นส่วนตัวดังกล่าว เพื่อแก้ไขความกังวลของผู้ใช้

ที่มา
https://www.theguardian.com/technology/2020/jan/13/what-are-deepfakes-and-how-can-you-spot-them

About admin

Thinkaboutwealth เป็นเว็บไซด์ที่นำข้อมูล ข่าวสาร ด้านต่างๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มีรายได้ รายได้พิเศษ เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนต่อท่านผู้อ่านทุกคน