Home / เทคโนโลยี / เทคโนโลยี high mobility powered suit

เทคโนโลยี high mobility powered suit

ศูนย์พัฒนาวิทยาการของJSDF ได้ทำการเผยแพร่การสาธิตใช้งาน Powersuit
ซึ่งผู้ใส่จะสามารถแบกของหนัก 50 kg และวิ่งได้เร็วถึง 13.5 km/h

น้ำหนักรวมของชุดอยู่ที่ราว 25 kg เฉพาะส่วนเฟรมที่เป็นอลูมิเนียมหนัก 9 kg และมี Lithium Ion Battery หนักตัวละ 1 kg อยู่ 4 ตัว

จุดประสงค์หลักสำหรับใช้ในงานกู้ภัย หลังจากภัยพิบัติภูเขาไฟ Ontake ในปี 2014 ก็ได้มีการพัฒนาได้รับการส่งเสริมโดยเน้นความสามารถในการสนับสนุนการปฏิบัติการกู้ภัยในสถานที่ที่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถเข้ามา

ตัวต้นแบบผลิตเสร็จตั้งแต่ปี 2018 แล้ว และกำลังอยู่ในขั้นทดสอบการใช้จริงในสภาพแวดล้อมต่างๆ

โครงสร้างของเฟรมถูกออกแบบมาให้ต่อลงมาถึงใต้เท้า ทำให้ผู้ใส่ไม่รู้สึกว่าแบกชุดนี้อยู่

ในกรณีที่แบกของหนัก 50 kg จะสามารถทำงานต่อเนื่องได้ 2 ชั่วโมง และผู้แบกจะรู้สึกว่าแบกของ 20 kg อยู่

บทความจาก
https://tech.nikkeibp.co.jp/atcl/nxt/column/18/00001/03392/?n_cid=nbpnxt_fbed&fbclid=IwAR0fDBUDT7PDCVYaXEc48JgUVt0b3Ho4BbefZ4h–f6Xi2kV4w9dOVHVHEQ

About admin

Thinkaboutwealth เป็นเว็บไซด์ที่นำข้อมูล ข่าวสาร ด้านต่างๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มีรายได้ รายได้พิเศษ เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนต่อท่านผู้อ่านทุกคน

Check Also

ฝังไมโครชิปมนุษย์ แนวโน้มในอนาคต

ที่มา https://www.thomasnet.com/insights/the-future-of-microchip-implants-in-humans/ ปัจจุบันมีคนสวีเดนฝั่งไมโครชิปในร่างกายแล้วเกือบ 4000 คน ชิปที่มีขนาดเล็กประมาณเมล็ดข้าวสารเริ่มทำการฝั่งในร่างกายที่มือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เริ่มในปี 2015 ซึ่งจะให้ความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเหมือนกับการเจาะหู สำหรับคนสวีเดนก็เริ่มจะเกือบเป็นสังคมไร้เงินสดโดยใช้การสแกนชิปในการชำระสินค้าและบริการ แม้การฝังไมโครชิปจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเริ่มปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อปี 2006 โดยบริษัทรักษาความปลอดภัยชื่อ ซิตี้วอตเชอร์ในสหรัฐ ประเดิมฝังชิป …