Home / เทคโนโลยี / Beyond meat เนื้อจากพืช ปฏิวัติโลก

Beyond meat เนื้อจากพืช ปฏิวัติโลก

เนื้อเทียม Beyond Meat

เมื่อกระแสการบริโภคอาหารที่ทำมาจากพืชทดแทนเนื้อสัตว์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากผู้บริโภคมีความตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ทำให้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ทำมาจากโปรตีนจากพืชมีการขยายตัวจากกลุ่มผู้บริโภคมังสวิรัติ ไปสู่กลุ่มผู้บริโภคที่เลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยเน้นโปรตีนจากพืชแทนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

** ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์เป็นสาเหตุหนึ่งของการทำลายป่า ลดมลพิษที่ทำชั้นบรรยากาศ
** Beyond Meat อาจเป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของเทรนด์สินค้าให้ของโลก แม้ยังอยู่ในช่วงแรกๆ ของการปฎิวัติอุตสาหกรรมอาหาร ในการไม่กินเนื้อที่ได้คุณค่าเหมือนเนื้อสัตว์ แต่ไม่ต้องทรมานสัตว์
** ราคายังค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์จริงๆ
** คุณค่าทางอาหารยังได้ไม่เหมือนเนื้อสัตว์ และมีโซเดียมที่สูง

เนื้อจากพืช (Plant-based Meat)

เนื้อจากพืช Plant-based Meat คือเนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช โดยใช้กระบวนการแปรรูปพืช ให้มีความใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ทั้งผิวสัมผัสและรสชาติ โดยมีส่วนผสมของพืชและโปรตีนจากถั่วชนิดต่าง ๆ ผสมกับน้ำมันมะพร้าว น้ำมันทานตะวัน มาผ่านขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้มีสีสัน ความชุ่มฉ่ำ กลิ่นและรสชาติเหมือนเนื้อมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญคือ การดัดแปลงสิ่งที่เรียกว่า ฮีม (heme) หรือโมเลกุลอุดมธาตุเหล็ก ใช้รากของพืชจำพวกถั่ว นำมาผ่านกระบวนการที่เกี่ยวโยงกับการแปลงพันธุกรรม (โดยนำ DNA ของถั่วเหลืองไปใส่ในยีสต์ที่ดัดแปลงพันธุกรรม) ที่ช่วยทำให้ได้สีแดงคล้ายกับเนื้อสัตว์ และคล้ายกับมีเลือดอยู่ภายใน เพราะสิ่งนี้เองที่เป็นองค์ประกอบในการสร้างรสชาติแสนอร่อย ทั้งรสของเลือดและรสสัมผัสที่คล้ายกับการเคี้ยวเนื้อสัตว์ และคล้ายกับมีเลือดอยู่ภายใน ทั้งรสของเลือดและรสสัมผัสที่คล้ายกับการเคี้ยวเนื้อสัตว์ โดย Plant-based Meat หรือเนื้อจากพืช มีปริมาณแคลอรี ไขมัน และโปรตีนที่ไม่ต่างกันนักกับเบ

อาหารหรือเนื้อที่ทำจากพืช (Plant-Based Meat / Plant-Based Food / Plant-Based Diet) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่รู้จักในแวดวงจำกัด เพราะหาซื้อลำบาก ทั้งความแปลกของสินค้าในสายตาผู้บริโภค ตลอดจนการตั้งคำถามของผู้บริโภคว่าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่

Beyond Meat

บริษัท Beyond Meat ฟู้ดเทคสตาร์ตอัพสัญชาติอเมริกัน ท้าทายความเชื่อเดิมๆ ด้วยไลน์สินค้า “เนื้อที่ไม่ได้ทำจากเนื้อ แต่ทำจากพืชทั้งหมด” ไม่ว่าจะเป็นสเต็ก ไส้กรอก หรือเนื้อบด ทุกอย่างสามารถแทนที่เนื้อสัตว์ในเมนูต่างๆ ได้ โดยที่ยังคงหน้าตาได้เหมือนเนื้อสัตว์จริงๆ แล้วเผลอๆ อาจจะรสชาติใกล้เคียงมากๆ ด้วย

ซีอีโอของบริษัทอย่างคุณ Ethan Brown อดีตวิศวกรด้านพลังงานทางเลือกเห็นโอกาสในปัญหาอันยุ่งเหยิงจากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์นี้ เขาได้ก่อตั้งบริษัท Beyond Meat ขึ้นเมื่อปี 2009 ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เพื่อค้นคว้าและจำหน่ายเนื้อสัตว์แบบใหม่ที่ทำจากโปรตีนพืช (Plant-Based Meat) 100%  นั้นมองว่าบริษัทสามารถหาจุดร่วมระหว่างการรักษาสิ่งแวดล้อม และการตอบโจทย์ผู้ถือหุ้นได้ เขาบอกว่า “ผู้บริโภคต่างก็มองหาสินค้าที่ช่วยให้พวกเขาสุขภาพดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ลดผลเสียที่เกิดกับธรรมชาติ ทุกครั้งที่สินค้าของเราขายได้ นั่นหมายความถึงพันธกิจของเราที่ได้รับการสานต่อ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มยอดขายให้เราด้วย”

ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์เป็นสาเหตุหนึ่งของการทำลายป่า เพื่อนำที่ดินมาใช้กับปศุสัตว์ เมื่อวัวเรอหรือผายลม ก๊าซมีเทนก็ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศกลายเป็นก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเมื่อนับรวมๆ แล้วอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำลายโลกไปมากพอๆ กับการใช้รถ การขนส่ง หรือการบิน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เราจะช่วยโลก ซึ่งไม่เพียงช่วยลดปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง แต่ยังลดมลพิษทางน้ำและดิน 

อีธานมองว่าเขาไม่ต้องการบังคับให้คนช่วยกันแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมด้วยการเลิกกินเนื้อสัตว์ (แม้เขาจะเป็น ‘วีแกน’ มายาวนานก็ตาม) แต่อยากให้ Beyond Meat เป็นทางเลือกหนึ่งในการกินที่ผู้บริโภคไม่ต้องเสียสละของโปรดสุดอร่อย และไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนั้น Beyond Meat ไม่ได้พุ่งเป้าไปหาคนที่เป็นมังสวิรัติหรือวีแกน แต่เจาะกลุ่มไปที่คนรักการกินเนื้อสัตว์ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

เปรียบเทียบชิ้นเบอร์เกอร์ของ Beyond Meat กับเนื้อปกติ

beyondmeat.com

การเข้าตลาดหุ้นของ Beyond Meat

ล่าสุด Beyond Meat ได้ทำการ IPO หรือก็คือการเสนอขายหุ้นตัวย่อ BYND ต่อสาธารณชนครั้งแรก บนตลาด NASDAQ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2019 สร้างปรากฏการณ์ด้วยอัตราการพุ่งของราคาที่ 163% ในวันซื้อขายวันแรก ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการ IPO หุ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี 2019 เป็นต้นมา

จากราคา IPO ที่ $25 ต่อหุ้น
เปิดตลาดที่ $46 ต่อหุ้น
ปัจจุบันราคาอยู่ที่ $160 ต่อหุ้น ราคาสูงสุดอยู่ $239.71

การเข้าตลาดหุ้นของ Beyond Meat

Beyond Meat ถือเป็นบริษัทโปรตีนทางเลือกบริษัทแรกที่เข้าตลาดหุ้น เห็นได้ชัดว่าผลตอบรับดีขนาดไหน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามุมมองของนักลงทุนที่มีต่อเทรนด์การทานอาหารแบบไร้เนื้อสัตว์นั้นกำลังมาแรง เป็นแนวโน้มใหม่ในอนาคต และอาจปูทางไปสู่การเข้าตลาดหุ้นของบริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจนี้

นอกจาก Beyond Meat แล้วยังมีอีกหลายค่ายที่หันมาผลิตเนื้อจากพืช เช่น Impossible Foods ที่ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ส่งตามร้านอาหารในอเมริกาแล้วอย่าง Burger King ก็ได้รับกระแสการตอบรับดีไม่ใช่น้อย ความแตกต่างกันระหว่าง 2 ค่ายและอาหารเจ

  • อาหารเจที่เลียนแบบเนื้อสัตว์ ทำมาจากแป้งถั่วเหลือง บางคนเรียกว่าโปรตีนเกษตร
  • เนื้อสัตว์จากพืชของค่าย Beyond Meat ทำมาจากถั่วลันเตา (Pea) น้ำมันมะพร้าว มันฝรั่ง สารปรุงแต่ง เกลือ และน้ำบีทรูทผสมวิตามินต่างๆ
  • เนื้อสัตว์จากพืชของค่าย Impossible Foods ทำมาจากถั่วเหลือง (Soybean) น้ำมันมะพร้าว น้ำมันดอกทานตะวัน แป้งมันฝรั่ง ซิงค์ วิตามินต่างๆ เกลือ และน้ำ

นอกจากนี้ Memphis Meat และ Sustainable Bioproducts ก็กำลังจะออกสินค้าใหม่เกี่ยวกับเนื้อที่ทำจากพืชสู่ตลาดเช่นกัน

ปี 2019 ดูเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของผลิตภัณฑ์เนื้อที่ทำจากพืช เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2 มกราคม 2019 เชนร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังในสหรัฐอเมริกา Carl’s Jr ประกาศขายเบอร์เกอร์ที่ผลิตด้วยเนื้อที่ทำจากพืช ตามด้วย 1 เมษายน 2019 Burger King ก็ประกาศขายเบอร์เกอร์ที่ทำจากพืชเช่นกัน โดยเริ่มแรก ทดลองเพียง 59 สาขา กระทั่งวันที่ 2 พฤษภาคม 2019 Burger King ประกาศแผนวางขายเบอร์เกอร์เนื้อที่ทำจากพืชในทุกสาขาภายในสิ้นปี 2019

เนื้อจากพืช เทียบกับ เนื้อจากสัตว์

แม้ว่า Beyond Burger และ Impossible Burger มีปริมาณแคลอรี ไขมัน และโปรตีนที่ไม่ต่างกันนักกับเบอร์เกอร์ไก่งวงหรือเบอร์เกอร์เนื้อวัว เบอร์เกอร์จากพืชของ Impossible Burger มีแคลอรีอยู่ที่ 240 ทำไขมันอิ่มตัว 8 กรัม (ซึ่งมาจากน้ำมันมะพร้าว) เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเบอร์เกอร์เนื้อวัวไม่ติดมันมี 280 แคลอรี และมีไขมันอิ่มตัว 9 กรัม ดังนั้น คุณจะเห็นว่าไม่ได้ต่างกันนัก (เว้นแต่เบอร์เกอร์จากพืชไม่มีคอเลสเตอรอล)

สิ่งที่น่าตกใจ เนื้อเทียมจากห้องแล็บพวกนี้มีปริมาณโซเดียมแซงหน้าเนื้อวัวและเนื้อไก่งวงอย่างขาดลอย เพราะขณะที่เนื้อวัวมีปริมาณโซเดียมอยู่ที่ 65-75 มิลลิกรัมต่อชิ้น แต่ Impossible Burger หรือ Beyond Burger กลับมีโซเดียมถึงเกือบ 370 และ 390 มิลลิกรัมตามลำดับ ขณะที่เนื้อไก่งวงอยู่ที่ 95-115 มิลลิกรัม ส่วนเบอร์เกอร์ผักมีโซเดียมสูงกว่า 400 มิลลิกรัม โดยขึ้นอยู่กับปริมาณเกลือที่ใส่เพิ่มรสชาติ

ในเว็บไซด์ต่างประเทศอย่าง CNET ได้เขียนแสดงความเห็นไว้ว่า ยังไม่มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์แน่ชัดว่าการบริโภคเนื้อจากพืชเหล่านี้เป็นเวลานานจะมีผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ ถึงแม้จะให้ไขมันและแคลอรี่น้อย รวมถึงปรุงแต่งเติมวิตามินลงไปได้เอง แต่ปริมาณโซเดียมที่มากถึง 400 มิลลิกรัมก็ต้องระมัดระวังการบริโภคด้วย อีกทั้งการนำไปปรุงอาหารยังไม่มีความหลากหลายมากพอ ซึ่งแตกต่างจากเนื้อสัตว์จริงๆที่นำไปปรุงอาหารได้หลากหลายกว่า แต่ถ้าพูดกันเรื่องของรสชาติแล้วก็ต้องบอกว่า “ใกล้เคียง”

นับเป็นเทรนด์การรับประทานอาหารแนวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากโดย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา, ยุโรป และอิสราเอล มีความนิยม Plant-based Meat (เนื้อจากพืช) ทำให้การแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตมีแต่ลดลง จนใกล้เคียงกับราคาเนื้อสัตว์แท้

ในสหรัฐอเมริกา ยอดขายอาหารสำเร็จรูปของเนื้อจากพืชขยายตัวต่อเนื่อง ระหว่างปี 2013-2018 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึงปีละ 15.4% เทียบกับเนื้อแปรรูป (Processed Meat) ที่เติบโตปีละ 1.2% สอดคล้องกับข้อมูลของ NPD Group ผู้ประกอบการในสหรัฐอเมริกาที่ขายเบอร์เกอร์และแซนวิชเนื้อที่ทำจากพืช ก็พบว่ายอดขายระหว่างเมษายน 2018 – มีนาคม 2019 เพิ่มขึ้นถึง 7.8% ซึ่งมากสุดเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับบริษัท Beyond Meat หนึ่งในผู้ผลิตเนื้อจากพืชรายใหญ่สุดของโลกก็รายงานยอดขายไตรมาส 2 ของปี 2019 ว่าโตถึง 287%

“เบอร์เกอร์เนื้อจากพืช” เมื่อเทียบกับ “เบอร์เกอร์เนื้อจากวัว”
จะช่วยลดการใช้น้ำจากฟาร์ม ลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ ลดการเกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทั้งหมด

ข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ FAO(Food and Agriculture Organization) คาดการณ์ว่า จำนวนประชากรโลกและรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ของโลกเพิ่มขึ้น 30% ภายใน 15 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคม หากการผลิตอาหารยังคงดำเนินไปในรูปแบบเดิม การสนับสนุนการบริโภคโปรตีนจากพืชจึงเป็นหนึ่งในแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด

เนื้อจากพืช ของไทย

  • Meat Avatar โดยสองผู้บริหารรุ่นใหม่ “วิภู เลิศสุรพิบูล และ วรุตม์ จันทร์โพธิ์” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Meat Avatarสตาร์ทอัพของไทย เกิดแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เป็นหัวใจหลักในการสร้างธุรกิจผลิต “เนื้อจากพืช“ เพื่อเป็น“เนื้อสัตว์ทางเลือก” เทรนด์อาหารใหม่ บริโภคได้โดยไม่ทำร้ายสัตว์และได้ดูแลสิ่งแวดล้อมไปในคราวเดียวกัน นวัตกรรมอาหารที่ผลิต “โดยคนไทย เพื่อคนไทย” อาหารแห่งอนาคตที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะมาพลิกโฉมตลาดอาหารของโลกในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มปริมาณอาหารให้กับโลกแล้ว ยังเป็นการเพิ่มอย่างยั่งยืนอีกด้วย
  • Let’s Plant Meat นวัตกรรมอาหารที่ผลิต “โดยคนไทย เพื่อคนไทย” และยังเป็นผู้นำในธุรกิจอาหาร อีกทั้งยังเป็นเนื้อจากพืชรายแรกในประเทศไทย อาหารแห่งอนาคตที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะมาพลิกโฉมตลาดอาหารของโลกในอนาคตอันใกล้นี้ ปราศจากเนื้อสัตว์ 0% ยาปฏิชีวนะ 0% คลอเรสเตอรอล 0% ปลอดภัยจากการใช้ยาปฏิชีวนะและฮอร์โมนเร่งโตในการเลี้ยงสัตว์ และหากต้องการลดคลอเรสเตอรอลแน่นอนว่าเป็นทางเลือกหรือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างแน่นอน มีขายตามห้างทั่วไป ชิ้นละ 75 บาท ดูในเพจ Let’s Plant Meat

About admin

Thinkaboutwealth เป็นเว็บไซด์ที่นำข้อมูล ข่าวสาร ด้านต่างๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มีรายได้ รายได้พิเศษ เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนต่อท่านผู้อ่านทุกคน

Check Also

Big Data คืออะไร สำคัญอย่างไร

Big Data คืออะไร สำคัญอย่างไร

ถ้าจะพูดถึง Trend ที่กำลังมามาแรงและเป็นที่พูดถึงในแวดวงไอทีหรือธุรกิจ ต้องเคยได้ยิน Big Data ผ่านหูกันมาบ้างแล้ว บางทีก็สงสัยไหมครับว่า Big Data คืออะไร? ทำไมต้อง Big Data? แล้ว สำคัญอย่างไร? …