Home / เทคโนโลยี / ธุรกิจที่น่าจะ disrupt เมื่อเกิด 5G

ธุรกิจที่น่าจะ disrupt เมื่อเกิด 5G

ถ้าเราลองดูในช่วงที่ผ่านมาเทคโนโลยี 3G และ 4G ทำให้เกิดธุรกิจ
1. การส่งอาหาร Grabfood, Lineman, GET, Foodpanda
2. การขนส่ง เรียกแท๊กซี่ เช่น Grab
3. การชมทีวีออนไลน์ทาง stream เช่น Netflix
4. โมบายแบงค์กิ้งของธนาคารต่างๆ
5. ขายของออนไลน์ Lazada, Shopee

เมื่อเทียบกับ 4G แล้ว ศํกยภาพของ 5G สามารถทำอะไรได้เยอะกว่า
การมาของ 5G สามารถทำให้อุปกรณ์ไร้สายสามารถเข้าถึง cloud แล้วส่งข้อมูลที่ประมวลผลแล้วส่งมาที่อุปกรณ์ไร้สายเช่น อุปกรณ์ ioT หรือการเข้าถึง Software ต่างๆ ออนไลน์ หรือ การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตด้วยความเร็วที่สูงกว่า 4G ถึง 10-20 เท่า

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบางธุรกิจที่มาจาก 5G

ประมวลจากส่งกลางจะเร็วขึ้นแทบจะตอบสนองทันที

  • แรงงานรายวัน เนื่องจากโรงงานที่ใช้หุ่นยนต์ แทนมนุษย์ ที่ควบคุมได้จากสำนักงานใหญ่เลย
  • อุตสาหกรรมรถยนต์ อู่ซ่อมรถ โรงงานผลิตรถยนต์ โรงงานผลิตชิ้นส่วน เนื่องจากในอนาคต รถยนต์ไฟฟ้า + เทคโนโลยี 5G ทำให้ใช้รถไฟฟ้าอัฉริยะแทนทีรถยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมัน
  • อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น Hardisk จะแทนที่ด้วยการเก็บบน Cloud แทน
  • คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจะน้อยลง แทนด้วยมือถือ
  • Software ต่างๆ จะออนไลน์ ไม่ต้องโหลดเข้าเครื่อง
  • คนขับรถสาธารณะ เช่น แท็กซี่
  • พนักงานบริษัทที่ใช้หุ่นยนต์แทนได้

อินเตอร์ที่เร็วขึ้นส่งผลต่อ

  • ธุรกิจสาขาที่ใช้คนอาจใช้มือถือในการทำธุรกิจแทนเช่น ตอนนี้ก็เห็นได้จากธุรกิจธนาคารที่ปิดสาขาไปเรื่อยๆ และมาจาก Micro-finance เป็นการปล่อยกู้รายย่อยออนไลน์
  • ธุรกิจสื่อรูปแบบเดิมยิ่งแย่ลงไปอีก จากการดูหนังหรือฟังเพลงจากทำบนอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่
  • ร้านค้าออนไลน์ที่รูปไม่สวย ไม่มี Video อาจกระทบ เนื่องจากความเร็ว 5G มากกว่า 4G 10-20 เท่า ทำให้รูปแบบในการร้านค้าออนไลน์ต้องสวย ต้องละเอียด สามารถนำเสนอได้มากขึ้น อาจใช้ AR/VR shopping มาช่วยได้

รองรับการใช้งานที่มากขึ้น

  • อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบเก่าที่ไม่รองรับ ioT(internet of thing)

About admin

Thinkaboutwealth เป็นเว็บไซด์ที่นำข้อมูล ข่าวสาร ด้านต่างๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มีรายได้ รายได้พิเศษ เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนต่อท่านผู้อ่านทุกคน

Check Also

ฝังไมโครชิปมนุษย์ แนวโน้มในอนาคต

ที่มา https://www.thomasnet.com/insights/the-future-of-microchip-implants-in-humans/ ปัจจุบันมีคนสวีเดนฝั่งไมโครชิปในร่างกายแล้วเกือบ 4000 คน ชิปที่มีขนาดเล็กประมาณเมล็ดข้าวสารเริ่มทำการฝั่งในร่างกายที่มือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เริ่มในปี 2015 ซึ่งจะให้ความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเหมือนกับการเจาะหู สำหรับคนสวีเดนก็เริ่มจะเกือบเป็นสังคมไร้เงินสดโดยใช้การสแกนชิปในการชำระสินค้าและบริการ แม้การฝังไมโครชิปจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเริ่มปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อปี 2006 โดยบริษัทรักษาความปลอดภัยชื่อ ซิตี้วอตเชอร์ในสหรัฐ ประเดิมฝังชิป …