คาซูโอะ อินาโมริ ผู้พลิกฟื้น JAL ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Kyocera

60
คาซูโอะ อินาโมริ ผู้พลิกฟื้น JAL ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Kyocera

คาซูโอะ อินาโมริ  (Kazuo Inamori) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Kyocera และ  KDDI  และคือผู้พลิกฟื้นสายการบินแห่งชาติญี่ปุ่นเจแปนแอร์ไลน์(Japan Airline: JAL) ที่ล้มละลาย ให้กลับมาผงาดได้ภายใน 3 ปี จนทำให้ JAL กลายเป็นกรณีศึกษาระดับโลก และอินาโมริ ได้รับการยกย่องว่า “ เทพเจ้าแห่งการบริหารของญี่ปุ่น”

ประวัติ คาซูโอะ อินาโมริ

Kazuo Inamori เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 1932 จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ฮาโตชิมา ในสาขาวิชาเคมีประยุกต์ จริงๆ ธุรกิจหลักของเคียวเซร่าคือเซรามิค เพราะ Kyocera นั้นย่อมาจาก Kyoto Ceramic ก่อตั้งในปี 1959 เซรามิคที่ว่าใช้ในอุปกรณ์อีเลคทรอนิกส์ เช่น จอโทรทัศน์, ทรานซิสเตอร์, เซรามิคสำหรับอุปกรณ์ที่ทนความร้อนสูง ในปี 1984 เข้าสู่วงการโทรคมนาคม ก่อตั้งบริษัท Daini Denden (DDI) และปี 2000 รวมกับ KDD (Kokusai Denshin Denwa) และ IDO (Nippon Idou Tsushin รวมเป็น KDDI ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่วงการโทรคมนาคมอันดับ 2 ในญี่ปุ่น ที่น่าสนใจมากคือบริษัท Kyocera ไม่เคยขาดทุนเลยแม้แต่ปีเดียว นับตั้งแต่ก่อตั้งใน ค.ศ.1959

ทำไมสายการบิน JAL ล้มละลาย?

ทำไมสายการบิน JAL ล้มละลาย?

สายการบิน JAL ที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นเข้าสู่สถานะการล้มละลายเมื่อปี 2010 ด้วยหนี้สินกว่า 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯจากการบริหารที่ไม่จริงจัง มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกเกิดขึ้นในองค์กร พนักงานไม่มีหัวใจของการบริการ ตลอดจนการแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ต้นทุนที่สูง องค์กรเละเทะไม่เป็นท่า จนต้องถอนบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์โตเกียวอีกด้วย ในเดือน กุมภาพันธ์ 2010  และยื่นล้มละลาย

ตอนที่คุณคาซุโอะ เข้ามาบริหารด้วยคำเชิญจากรัฐบาลญี่ปุ่นนั้น ที่ไม่เคยมีประสบการณ์การบริหารงานด้านสายการบินเลย และปฏิเสธอยู่หลายครั้ง แต่ที่รับตำแหน่งเพราะว่าถ้าไม่สามารถฟื้น JAL ได้จะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นยิ่งแย่ลงไปอีก การรับตำแหน่งของท่านก็ไม่รับเงินเดือนหรือผลตอบแทนแต่อย่างไร

ปี 2010 คุณคาซุโอะถูกแต่งตั้งให้มาเป็น CEO ของ JAL ตอนนั้นซึ่งแกมีอายุปาเข้าไป 78 ปีแล้ว ถูกเชิญมาช่วยกอบกู้ธุรกิจสายการบินประจำชาติ JAL (Japan Airlines) ที่เกือบจะล้มละลาย และสามารถพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้นจน JAL กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นได้อีกครั้งในเวลาเพียงสองปี และปัจจุบันในวัย 83 ปี คุณคาซุโอะก็ยังเป็น Chairman ของ JAL

สิ่งที่เขาได้พบใน JAPAN AIRLINE ก็คือ องค์การเป็นระบบราชการที่เข้มแข็ง ผู้บริหารและพนักงานแบ่งฝั่งแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน องค์กรขาดข้อมูลที่สะท้อนผลปัจจุบันรวมทั้งความไม่ใส่ใจอย่างจริงจังของผู้บริหารที่จะพลิกฟื้นองค์กร หลังจากเขาก็เริ่มตั้งกฏการฝึกอบรมผุ้บริหารในระดับถัดไป จนครบ 200 คน แล้วเขาก็ยังพยายามลดต้นทุนด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งวิธีการปลูกจิตสำนึกในพนักงานในองค์กร เขาใช้เวลาเพียงสั้นๆในการฟื้นสายการบินเจเปนแอร์ไลน์ในสิ้นปีแรก

หลักปรัชญาการบริหารองค์กรที่หนักแน่นและสำคัญของท่าน นั่นคือ “ความสุขของพนักงาน” ซึ่งเป็นปรัชญาตั้งแต่ก่อตั้ง Kyocera แล้ว

“ถ้าเราต้องการไข่ที่มีคุณภาพเราก็ต้องดูแลแม่ไก่ให้ดี ถ้าเราเลี้ยงไก่ไม่ดีหรือฆ่าไก่ มันก็จะไม่ออกไข่
ถ้าพนักงานมีความสุข เขาจะทำงานได้ดีขึ้นแล้วผลประกอบการก็จะดีตามมาเอง”

ด้วยหลักการนี้ คุณคาซุโอะ เข้าหาพนักงานทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงที่จัดให้มีการเข้าอบรม ร่วมเรียนรู้เรื่องการทำงาน การเป็นผู้นำ และพัฒนาบุคลิกภาพ ไล่ลงไปจนถึงการเข้าถึงและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้สึกต่างๆของพนักงานระดับต่างๆ สร้างความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกในการรักองค์กรและการช่วยเหลือกัน

ซึ่งเพียง ปีแรกที่เข้าบริหารเขาทำให้ JAL มีผลประกอบการถึง 1,362,200 ล้านเยน ทำกำไรจากการขาย 188,400 ล้านเยน เป็นผลประกอบการสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ภายในเวลา 3 ปี สายการบิน JAL ก็กลับเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้อีกครั้ง แถมในปี ค.ศ. 2012 ยังได้รับรางวัลสายการบินที่ตรงเวลาที่สุดในโลกอีกด้วย

ช้าให้ชนะ

หนังสือที่มีชื่อว่า “ช้าให้ชนะ” เขียนโดย “คาซุโอะ อินาโมริ” หนังสือธุรกิจขายดีตลอดกาลของญี่ปุ่น มีหลักสอนที่สำคัญในการกู้วิกฤต JAL โดยใช้สมการ

ผลลัพธ์ของชีวิตและการทำงาน = ทัศนคติ x ความพยายาม x ความสามารถ

     เราต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้มีชีวิตที่ดีและมีความสุข คำตอบของผมซ่อนอยู่ในสูตรต่อไปนี้

     ผมขอเน้นว่าผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการนำปัจจัยทั้งสามมาบวกกัน แต่นำมาคูณกันต่างหาก

ที่นี่สนใจคือคุณคือตาบอกว่า คะแนนสำหรับความพยายามและความสามารถนั้น เขาจะให้จาก 0 ไป 100 คือถ้ามีความสามารถแต่ขี้เกียจ ผลลัพธ์ก็ย่อมออกมาเป็นศูนย์ หรือถ้ามีความพยายามแต่ไม่มีความสามารถนั้น ผลลัพธ์ก็อาจจะออกมาเป็นศูนย์ได้เช่นกัน

แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า ก็คือทัศนคติ ที่คุณตาบอกว่ามีคะแนนตั้งแต่ -100 ถึง 100

ถ้าทัศนคติดี แถมยังฉลาดและขยัน ผลย่อมออกมาเป็นคุณมหาศาล

50 * 50 * 100 = 250,000

แต่ถ้าความสามารถและความพยายามสูงมาก แต่ทัศนคติไม่ดี นั่นแสดงว่าคะแนนจะออกมาเป็นลบ

80 * 90 * -100 = -720,000

จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นคนที่ทั้งเก่ง ทั้งขยัน แต่ไม่มีคุณธรรม สร้างความเสียหายให้กับสังคมได้อย่างเหลือเชื่อ ดังนั้นคุณคาซุโอะบอกว่า ในตัวแปรสามอย่างนี้ ทัศนคติสำคัญที่สุด

คาซูโอะ อินาโมริ บอกว่าจากมุมมองอันกว้างใหญ่ของจักรวาล ชีวิตเราเป็นแค่ช่วงเวลาอันแสนสั้นที่จะผ่านมาและก็ผ่านไป และเหตุผลของการเกิดเป็นมนุษย์ก็คือ การเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตก่อนที่วันสุดท้ายจะมาถึง

หนังสือที่มีชื่อว่า "ช้าให้ชนะ" เขียนโดย "คาซุโอะ อินาโมริ"

เจาะใจ : คอลัมนิสต์ หนุ่มเมืองจันท์ พูดถึง คาซูโอะ อินาโมริ